กลับไปหน้าบทความ

ไอเดียตกแต่ง

คู่มือเลือกฟิล์มอาคารกันความร้อน: เจาะลึกชนิดฟิล์ม สเปคที่ต้องรู้ และประโยชน์ที่คุณอาจคาดไม่ถึง

22 เมษายน 25698 views
คู่มือเลือกฟิล์มอาคารกันความร้อน: เจาะลึกชนิดฟิล์ม สเปคที่ต้องรู้ และประโยชน์ที่คุณอาจคาดไม่ถึง

ประเทศไทยกับอากาศร้อนเป็นของคู่กัน การหาวิธีลดอุณหภูมิภายในบ้านหรืออาคารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ นอกจากการเลือกใช้ผ้าม่านหรือมู่ลี่คุณภาพสูงเพื่อบังแสงแดดแล้ว การติดตั้ง ฟิล์มอาคารกันความร้อน ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อนได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูง

บทความนี้ Scenery Design จะพาคุณไปทำความรู้จักกับฟิล์มอาคารกันความร้อนแต่ละประเภท เจาะลึกถึงเทคโนโลยีอย่างนาโนเซรามิคและสปัตเตอร์ พร้อมไขข้อข้องใจเรื่องค่าสเปคต่างๆ เพื่อให้คุณสามารถเลือกฟิล์มที่ตอบโจทย์การใช้งานและคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด

ประเภทฟิล์มอาคารกันความร้อน 4 ชนิด

ประเภทของฟิล์มอาคารกันความร้อน

ฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคารในปัจจุบันมีหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการกันความร้อน อายุการใช้งาน และราคา โดยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ได้ดังนี้

1. ฟิล์มย้อมสี (Dyed Film)

ฟิล์มประเภทนี้เป็นฟิล์มรุ่นพื้นฐานที่สุด ไม่มีส่วนผสมของโลหะหรือสารพิเศษใดๆ อาศัยเพียงสีที่ย้อมลงไปในเนื้อฟิล์มหรือชั้นกาวเพื่อช่วยกรองแสงสว่าง

ข้อดี: ราคาถูกที่สุด มีระดับความเข้มให้เลือกหลากหลาย

ข้อเสีย: ประสิทธิภาพในการกันความร้อนต่ำมาก อายุการใช้งานสั้น สีมักจะซีดจางหรือเปลี่ยนเป็นสีม่วงเมื่อโดนแดดจัดเป็นเวลานาน

2. ฟิล์มโลหะ หรือ ฟิล์มปรอท (Metallized Film)

ฟิล์มชนิดนี้มีการเคลือบอนุภาคโลหะ เช่น อลูมิเนียม ลงบนเนื้อฟิล์ม ทำให้มีลักษณะมันวาวคล้ายกระจกเงา ซึ่งโลหะเหล่านี้จะทำหน้าที่สะท้อนรังสีความร้อนออกไป

ข้อดี: กันความร้อนได้ดีมาก ราคาอยู่ในระดับปานกลาง ให้ความเป็นส่วนตัวสูงในเวลากลางวัน (คนภายนอกมองเข้ามาไม่เห็น)

ข้อเสีย: แสงสะท้อนอาจรบกวนสายตาเพื่อนบ้านหรือผู้สัญจรไปมา ทัศนวิสัยเมื่อมองจากภายในอาจไม่ชัดเจนนัก และอาจรบกวนสัญญาณคลื่นวิทยุหรือ GPS ได้

3. ฟิล์มนาโนเซรามิค (Nano Ceramic Film)

นี่คือนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงในการนำอนุภาคเซรามิคขนาดนาโนมาเคลือบลงบนแผ่นฟิล์ม

ข้อดี: โดดเด่นด้วยคุณสมบัติ "ดำนอก สว่างใน" ให้ความเป็นส่วนตัวจากภายนอก แต่มองจากภายในออกไปได้ชัดเจนเคลียร์ใส กันความร้อนและรังสีอินฟราเรด (IR) ได้สูงมาก (70-99%) ไม่สะท้อนแสงรบกวนสายตา ไม่เป็นสนิม และที่สำคัญคือไม่รบกวนสัญญาณดิจิทัลทุกชนิด

ข้อเสีย: ราคาสูงกว่าฟิล์มโลหะและฟิล์มย้อมสี

4. ฟิล์มสปัตเตอร์ (Sputtering Film)

ฟิล์มระดับพรีเมียมที่ใช้เทคโนโลยี Magnetron Sputtering ในการยิงประจุโลหะหรือโลหะผสม (Alloy) ลงบนเนื้อฟิล์มในระดับอะตอม ทำให้ได้เนื้อฟิล์มที่บางแต่มีประสิทธิภาพสูง

ข้อดี: กันความร้อนได้ดีเยี่ยม ทัศนวิสัยเคลียร์ชัดมาก สีสันสวยงามหรูหรา

ข้อเสีย: ราคาสูงมาก อาจมีปัญหาเรื่องการรบกวนสัญญาณ Easy Pass หรือ GPS ในบางรุ่น และเนื่องจากมีส่วนผสมของโลหะจึงอาจเกิดสนิมได้หากติดตั้งไม่ถูกวิธี

ตารางเปรียบเทียบฟิล์มอาคารทั้ง 4 ประเภท

เปรียบเทียบก่อนและหลังติดฟิล์มอาคาร

อ่านสเปคฟิล์มอย่างไรให้เป็นกูรู?

เมื่อต้องเลือกซื้อฟิล์มอาคาร คุณมักจะพบกับตัวย่อภาษาอังกฤษมากมาย ซึ่งค่าเหล่านี้คือตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพที่แท้จริงของฟิล์ม

  • VLT (Visible Light Transmittance): ค่าแสงสว่างส่องผ่าน บ่งบอกว่าฟิล์มยอมให้แสงผ่านเข้ามาได้กี่เปอร์เซ็นต์ ค่ายิ่งสูง ฟิล์มยิ่งใส ค่ายิ่งต่ำ ฟิล์มยิ่งมืด

  • VLR (Visible Light Reflectance): ค่าแสงสะท้อน บ่งบอกความเงาของผิวฟิล์ม ค่ายิ่งสูง ยิ่งดูเหมือนกระจกเงา

  • UV Rejection: ค่าการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต ฟิล์มที่ดีควรกันได้ 99% ขึ้นไป เพื่อปกป้องผิวหนังและเฟอร์นิเจอร์

  • IRR (Infrared Rejection): ค่าการลดรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นรังสีที่ทำให้เรารู้สึกร้อน ค่ายิ่งสูง ยิ่งรู้สึกเย็น

  • TSER (Total Solar Energy Rejected): ค่าการลดความร้อนรวม นี่คือ "ค่าที่สำคัญที่สุด" เพราะเป็นการคำนวณรวมทั้งแสงสว่าง รังสี UV และรังสี IR ค่ายิ่งสูง หมายถึงประสิทธิภาพในการกันความร้อนที่แท้จริงยิ่งดี

"อย่าหลงเชื่อเพียงค่า IRR ที่สูงลิ่ว เพราะรังสีอินฟราเรดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความร้อนทั้งหมด การประเมินประสิทธิภาพฟิล์มที่ถูกต้องที่สุด ต้องดูที่ค่า TSER เป็นหลัก"

ประโยชน์ของการติดฟิล์มอาคารที่คุณอาจคาดไม่ถึง

การลงทุนติดตั้งฟิล์มอาคารคุณภาพสูง ไม่ได้ให้แค่ความเย็นสบาย แต่ยังมีประโยชน์แฝงอีกมากมาย

  1. ประหยัดพลังงานและลดค่าไฟ: เมื่อความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านน้อยลง เครื่องปรับอากาศก็ทำงานเบาลง สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 10-30% ต่อเดือน

  2. ปกป้องเฟอร์นิเจอร์และผ้าม่าน: รังสี UV เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์ พื้นไม้ และผ้าม่านสีซีดจางหรือกรอบแตก ฟิล์มที่กัน UV ได้ 99% จะช่วยยืดอายุการใช้งานของตกแต่งบ้านได้อย่างมาก

  3. ถนอมสายตา: ช่วยลดแสงจ้า (Glare) ที่สะท้อนเข้ามา ทำให้การดูทีวีหรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์สบายตามากขึ้น

  4. เพิ่มความปลอดภัย: เนื้อฟิล์มและชั้นกาวจะช่วยยึดเกาะเศษกระจกไม่ให้แตกกระจายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ

  5. ยกระดับความสวยงาม: ฟิล์มอาคารช่วยปรับลุคให้บ้านดูทันสมัย หรูหรา และเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ยกระดับบ้านให้สมบูรณ์แบบด้วย Scenery Design

การเลือกฟิล์มอาคารที่เหมาะสม เป็นเพียงก้าวแรกของการสร้างบ้านที่เย็นสบายและน่าอยู่ การผสมผสานระหว่างฟิล์มกันความร้อนคุณภาพสูง กับ ผ้าม่านหรือมู่ลี่ที่ออกแบบมาอย่างลงตัว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมแสงและอุณหภูมิได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ Scenery Design เรามีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและติดตั้งผ้าม่าน มู่ลี่ วอลล์เปเปอร์ และมุ้งจีบ ครบวงจร เราเข้าใจดีว่าบ้านแต่ละหลังมีสไตล์และความต้องการที่แตกต่างกัน ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกวัสดุ โทนสี และรูปแบบที่เข้ากับฟิล์มอาคารของคุณ เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่พักผ่อนที่ทั้งสวยงาม หรูหรา และตอบโจทย์การใช้งานจริง

ไม่ว่าบ้านของคุณจะเป็นสไตล์ Minimal, Japandi หรือ Modern Luxury เราพร้อมเนรมิตให้ทุกมุมของบ้านสะท้อนรสนิยมและมอบความสุขในทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัย

ฟิล์มอาคารฟิล์มกันความร้อนนาโนเซรามิคสปัตเตอร์ฟิล์มกรองแสงผ้าม่านตกแต่งภายในScenery Design